หินตะกอน
ตกตะกอนมาเป็นเวลานาน
ตั้งแต่ที่ลืมตาขึ้นมา
ความรู้สึกที่บริสุทธิ์ก็มีสีมากมายเข้ามาเจือปนแล้ว
คำสอนทั้งดี… และเหลือเอาไว้ให้คิดเอง
ทิ้งคำนั้นเอาไว้ ทิ้งประโยคคำพูดนั้นเอาไว้
ให้คิดเอาเอง…
เหนื่อย…
ถ้าเป็นตอนเด็ก เจ็บสุดก็คงเป็นการที่โดนเสี้ยนตำ
จากนั้นก็เจ็บขึ้นไปอีกก็ตอนที่โดนน้ำร้อนลวก
เจ็บขึ้นไปอีกก็คงเป็นตอนที่โดนไม้เรียวฟาด
และเจ็บมากขึ้นไปอีก เมื่อเราได้เดินออกนอกบ้านไม้ที่พักอาศัย
เจ็บอีกครั้งตอนที่โดนตัดผม
แล้วเจ็บขึ้นไปอีกตอนที่ทะเลาะกับเพื่อนเรื่องเรียงสี
เจ็บอีกตอนที่โดนเรียกให้ออกมาทำเลขหน้าชั้น
สุดท้ายก็กลับบ้านเหมือนทุกวัน…
นอนลงได้ไม่นานก็มีอาหารมาให้กินประทังชีวิต
มีอร่อยบ้าง เค็มบ้าง หวานบ้างในบางวัน
สุดท้ายเวลาก็ผ่านไป…
เริ่มมีการพูดกรอกหูเรา ทั้งเรื่องการเรียน การคบเพื่อน
บงการ… บังคับ… คำสั่ง… ไม่สามารถที่จะเอื้อมมือออกมาได้
เหนื่อย…
จนเวลาล่วงเลยผ่านไปอีกครั้ง ต่ออีกครั้ง
ความเจ็บปวดเริ่มทวีคูณขึ้นทุกวัน
เราเงยหน้ามองหาความรักที่เอื้อมมือเข้ามาหาเรา
ฉุดดึงเราไปในห้วงเวลาแห่งความสุข
หัวใจที่เต้นแรงและเป็นจังหวะที่แตกต่าง
สุดท้ายกลับถูกดึงฮวบลงอย่างน่าสงสาร
เมื่อมันสิ้นสุดลง…
เจ็บปวดอีกครั้ง
ท้อแท้อีกหน
จนหาคำว่า ‘สุดท้าย’ ไม่พบ
ความรู้สึกที่ไม่เป็นเรา ตกตะกอนเหมือนกับชั้นหินที่อยู่มานานหลายพันปี
หินก้อนใหญ่ที่โดนน้ำแห่งความรู้สึกซัด จนเริ่มกร่อน
ถูกแสงอาทิตย์แห่งความหวังดีเข้าแผดเผา
จนทำให้หินนั้นร้อนรุ่มดั่งไฟป่า
โดนสายฝนแห่งความเหงาเทสาดลง
จนทำให้หินนั้นเกิดการทับถมขึ้นในหลายปี
จนกระทั่ง… หินนั้นได้ตกตะกอนความรู้สึกทั้งหมด
จนกลายเป็นเราที่เริ่มแข็งแกร่งต่อโลกภายนอกในทุกวัน
สุดท้ายแล้ว… เวลาจะช่วยเยียวยาความรู้สึกของเราเอง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น